รายละเอ ยดของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยมหามก ฎราชว ทยาล ย ว ทยาเขต/คณะ/ภาคว ชา ว ทยาเขตศร ล านช าง คณะศ กษาศาสตร หล กส ตรศาสนศาสตรบ ณฑ ต สาขาว ชาการสอนภาษาอ งกฤษ หมวดท ๑ ข อม ลท วไป ๑. รห สและช อรายว ชา GE ๔๐๓๐ เทคโนโลย สารสนเทศเพ อการศ กษาค นคว า (Information Technology for Further Study ) ๒. จานวนหน วยก ต 3(3-0-6) ๓. หล กส ตรและประเภทของรายว ชา หล กส ตรศาสนศาสตรบ ณฑ ต คณะศ กษาศาสตร สาขาการสอนภาษาอ งกฤษ รายว ชาศ กษาท วไป ๔. อาจารย ผ ร บผ ดชอบรายว ชา ดร. จ กรกฤษณ โพดาพล ๕. ภาคการศ กษา / ช นป ท เร ยน ภาคเร ยนท 1 ช นป ท 2 ๖. รายว ชาท ต องเร ยนมาก อน (pre-requisite) (ถ าม ) ไม ม ๗. รายว ชาท ต องเร ยนพร อมก น (co-requisites) (ถ าม ) ไม ม ๘. สถานท เร ยน ห อง 322 อาคาร 3 มหาว ทยาล ยมหามก ฎราชว ทยาล ย ว ทยาเขตศร ล านช าง ๙. ว นท จ ดทาหร อปร บปร งรายละเอ ยดของรายว ชาคร งล าส ด ว นท 5 ม ถ นายน พ.ศ. 2557
๑ มคอ. ๓ หมวดท ๒ จ ดม งหมายและว ตถ ประสงค ๑. จ ดม งหมายของรายว ชา เพ อศ กษาเป นรายว ชาท เน นเพ อศ กษาระบบเทคโนโลย สารสนเทศ ทร พยากรสารสน เทศ แหล งบร การ สารสนเทศ การส บค นข อม ลสารสนเทศของมหาว ทยาล ยและเคร อข าย OPAC ฐานข อม ลและบร การฐานข อม ลบร การ และการใช Internet การส บค นข อม ลสารสนเทศโดยผ านเคร อข ายคอมพ วเตอร การส บค นข อม ลสารสนเทศจาก CD- ROM ความหมายและความสาค ญของการส บค นคว า การเข ยนและการรายงานผลการค นคว าและจร ยธรรมการใช เทคโนโลย สารสนเทศ ๒. ว ตถ ประสงค ในการพ ฒนา/ปร บปร งรายว ชา เป นรายว ชาท เน นเพ อศ กษาระบบเทคโนโลย สารสนเทศ ทร พยากรสารสนเทศ แหล งบร การสารสนเทศ การ ส บค นข อม ลสารสนเทศของมหาว ทยาล ยและเคร อข าย OPAC ฐานข อม ลและบร การฐานข อม ลบร การและการใช Internet การส บค นข อม ลสารสนเทศโดยผ านเคร อข ายคอมพ วเตอร การส บค นข อม ลสารสนเทศจาก CD-ROM ความหมายและความสาค ญของการส บค นคว า การเข ยนและการรายงานผลการค นคว าและจร ยธรรมการใช เทคโนโลย สารสนเทศ หมวดท ๓ ล กษณะและการดาเน นการ ๑. คาอธ บายรายว ชา เพ อศ กษาเป นรายว ชาท เน นเพ อศ กษาระบบเทคโนโลย สารสนเทศ ทร พยากรสารสนเทศ แหล งบร การ สารสนเทศ การส บค นข อม ลสารสนเทศของมหาว ทยาล ยและเคร อข าย OPAC ฐานข อม ลและบร การฐานข อม ลบร การและ การใช Internet การส บค นข อม ลสารสนเทศโดยผ านเคร อข ายคอมพ วเตอร การส บค นข อม ลสารสนเทศจาก CD-ROM ความหมายและความสาค ญของการส บค นคว า การเข ยนและการรายงานผลการค นคว าและจร ยธรรมการใช เทคโนโลย สารสนเทศ Information Technology systems, Information resources, servicing resources of information in university and network organization, the usage of OPAC the data base and data service, service and usage of Internet, searching for information through computer network system, searching for information from CD_ROM, the meaning and importance of research, writing, report on research results and ethics on the usage of information. ๒. จานวนช วโมงท ใช ต อภาคการศ กษา บรรยาย สอนเสร ม การฝ กปฏ บ ต /งานภาคสนาม/การ ฝ กงาน การศ กษาด วยตนเอง
๒ มคอ. ๓ 48 ช วโมง - - 90 ช วโมง ๓. จานวนช วโมงต อส ปดาห ท อาจารย ให คาปร กษาและแนะนาทางว ชาการแก น กศ กษาเป นรายบ คคล ให คาปร กษาและแนะนาทางจดหมายอ เล กทรอน กส ไม จาก ดเวลา หมวดท ๔ การพ ฒนาผลการเร ยนร ของน กศ กษา การพ ฒนาผลการเร ยนร ในมาตรฐานผลการเร ยนร แต ละด านท ม งหว ง ซ งต องสอดคล องก บท ระบ ไว ในรายละเอ ยดของ หล กส ตร โดยมาตรฐานการเร ยนร แต ละด าน ให แสดงข อม ลต อไปน ๑ สร ปส นๆ เก ยวก บความร หร อท กษะท รายว ชาม งหว งท จะพ ฒนาน กศ กษา ๒ คาอธ บายเก ยวก บว ธ การสอนท จะใช ในรายว ชาเพ อพ ฒนาความร หร อท กษะในข อ ๑ ๓ ว ธ การท จะใช ว ดและประเม นผลการเร ยนร ของน กศ กษาในรายว ชาน เพ อประเม นผลการเร ยนร ในมาตรฐานการเร ยนร แต ละด านท เก ยวข อง ๑. ค ณธรรม จร ยธรรม ๑.๑ ค ณธรรม จร ยธรรมท ต องพ ฒนา เป นค ณล กษณะจากการเร ยนร และปฏ บ ต ในรายว ชา เช น ความม ว ส ยท ศน ความรอบร ความเป ดเผยเป ดร บประสบการณ ความร เร มสร างสรรค ความม ปฏ ภาณไหวพร บ ความร บผ ดชอบ ความม ว น ย ความน าเช อถ อไว ใจได ความม พล งต นต วม ง ความสาเร จ ความเช อในศ กยภาพแห งตน ความม อารมณ ม นคง ความไวต อความร ส กของคนอ น เคารพในส ทธ และความเห น ของผ อ น การม ท ศนคต ในทางบวก และย ดม นในจรรยาบรรณทางว ชาการและทางว ชาช พ เป นต น ๑.๒ ว ธ การสอนท จะใช พ ฒนาการเร ยนร ๑.๓ ว ธ การประเม นผล ตนเอง การศ กษาเป นกล ม และข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 3) ค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา 4) พฤต กรรมการม ส วนร วมในช นเร ยน ๒. ความร ๒.๑ ความร ท จะได ร บ 1. แนวค ดพ นฐานเก ยวก บการศ กษา ประว ต และแนวค ดท ม อ ทธ พลต อการศ กษาไทย 2. พระราชบ ญญ ต การศ กษาและแผนการศ กษาแห งชาต 3. คร และผ บร หารก บการพ ฒนาประเทศ องค กรว ชาช พและใบประกอบว ชาช พหล กส ตร 4. แนวค ดพ นฐานเก ยวก บการจ ดการเร ยนการสอน ป ญหาและแนวโน มการจ ดและบร หารการศ กษาของไทย ๒.๒ ว ธ การสอน
๓ มคอ. ๓ ๒.๓ ว ธ การประเม นผล ตนเอง การศ กษาเป นกล ม และข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 3) ค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา 4) พฤต กรรมการม ส วนร วมใน ช นเร ยน 5) การสอบปลายภาค ๓. ท กษะทางป ญญา ๓.๑ ท กษะทางป ญญาท ต องพ ฒนา 1) สามารถว พากษ ว จารณ ว เคราะห ส งเคราะห องค ความร ในรายว ชาท สามารถนาไปส การบ รณาการก บองค ความร ท ม อย เด มและองค ความร ใหม ในรายว ชาท ส มพ นธ นาเสนอเป นองค ความร ใหม ข นได อย างสร างสรรค 2) สามารถนาเสนอภ ม ป ญญาท เป นผลจากการศ กษาค นคว าและอ างอ งอย างเป นระบบให เป นท ยอมร บเพ อการปฏ บ ต และการนาไปใช ในวงกว าง ๓.๒ ว ธ การสอน ๓.๓ ว ธ การประเม นผลท กษะทางป ญญาของน กศ กษา ตนเอง การศ กษาเป นกล ม และข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 3) ค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา 4) พฤต กรรมการม ส วนร วมใน ช นเร ยน 5) การสอบปลายภาค ๔. ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบ ๔.๑ ท กษะความส มพ นธ ระหว างบ คคลและความร บผ ดชอบท ต องการพ ฒนา การม ส วนร วมในก จกรรมการเร ยนการสอนก บกล มเพ อนและผ สอนท งกรณ การแสดงความเห นหร อการปฏ บ ต งาน ความ เป นม ตร ความเป นผ นาและเป นผ ตาม ความช วยเหล อเก อก ล และม ท ศนคต ในทางบวกต อกล มเพ อนและผ สอน ความ ร บผ ดชอบต อการพ ฒนาศ กยภาพตนเองและการเร ยนร ร วมก นเป นท ม ความร บผ ดชอบในเร องเวลาและเร องค ณภาพของ งานเพ อการเร ยนร ท งของตนเองและกล มเพ อน ๔.๒ ว ธ การสอน ๔.๓ ว ธ การประเม น ตนเอง การศ กษาเป นกล ม และข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 3) ค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา 4) พฤต กรรมการม ส วนร วมใน ช นเร ยน
๔ มคอ. ๓ ๕. ท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสาร และการใช เทคโนโลย สารสนเทศ ๕.๑ ท กษะการว เคราะห เช งต วเลข การส อสาร และการใช เทคโนโลย สารสนเทศท ต องพ ฒนา 1) สามารถใช สถ ต ประกอบการศ กษาค นคว า การนาเสนอรายงาน และการแสดงความเห นได อย างเป นระบบและเช อถ อได 2) สามารถใช ภาษาไทยและภาษาอ งกฤษเพ อการส อสารได อย างเหมาะสมและสอดคล องก บศาสตร ในสาขาว ชา 3) สามารถใช อ ปกรณ การส อสารสม ยใหม เพ อการต ดต อส อสารก บบ คคลต าง ๆ ได อย างรวดเร วและม ประส ทธ ผล 4) สามารถใช เทคโนโลย สารสนเทศให เป นประโยชน ต อการเร ยนร ในรายว ชาได อย างหลากหลายและได ผล ๕.๒ ว ธ การสอน ๕.๓ ว ธ การประเม น ตนเอง การศ กษาเป นกล ม และข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 3) ค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา 4) การม ส วนร วมในช นเร ยน หมวดท ๕ แผนการสอนและการประเม นผล ๑. แผนการสอน ส ปดาห ท ห วข อ/รายละเอ ยด จานวน* (ช วโมง) ก จกรรมการเร ยนการสอน และส อท ใช 1 ช แจง ทาความเข าใจ และตกลงในเง อนไขกต กาการเร ยน 3 เน นหล กการ Less us, More การสอน รวมท งมอบหมายงาน them ให เป น active 2 ความร ท วไปเก ยวก บเทคโนโลย สารสนเทศ 3 learning โดยมอบหมายงาน 3 ความร ท วไปเก ยวก บเทคโนโลย สารสนเทศ 3 เพ อศ กษาด วยตนเอง 4 ระบบเคร อข ายคอมพ วเตอร 3 การศ กษาเป นกล ม และ 5 ระบบเคร อข ายคอมพ วเตอร 3 ส บค นข อม ลอ างอ งเพ มเต ม 6 อ นเทอร เน ต 3 ในห วข อท จะศ กษาหร อท 7 การส บค นข อม ล 3 กาหนด การนาเสนอผล 8 สร ปบทเร ยนและประเม นผล 3 การศ กษา การอภ ปราย 9 การส บค นข อม ล 3 แสดงความเห น การ ว เคราะห ส งเคราะห การ 10 มารยาทและจร ยธรรมการใช เทคโนโลย สารสนเทศ 3 ว พากษ ว จารณ และการ 11 การใช งาน Microsoft Word 3 สร ปผลการอภ ปรายร วมก น 12 การใช งาน Microsoft PowerPoint 3 โดยใช เอกสารประกอบการ 13 การเข ยนรายงานผลการค นคว า 3 สอน ตารา เทคโนโลย 14 การเข ยนรายงานผลการค นคว า 3 ผ สอน ดร. จ กรกฤษณ โพดาพล
๕ มคอ. ๓ 15 ว ธ นาเสนอผลงานว จ ย 3 สารสนเทศ และอ นๆ 16 สร ปบทเร ยนและประเม นผล 3 ๒. แผนการประเม นผลการเร ยนร ผลการเร ยนร * ว ธ การประเม น** ส ปดาห ท ประเม น ส ดส วนของการ ประเม น 1-4 ส งเกตความร บผ ดชอบและการเข าช นเร ยน ท กส ปดาห 10 1-2-3-4-5 ตรวจสอบค ณภาพของผลงานการศ กษาด วยตนเองและ ท กส ปดาห 20 ข อม ลท ค นคว าเพ มเต ม 1-2-3-4-5 ส งเกตค ณภาพการนาเสนอผลการศ กษา ท กส ปดาห 20 1-2-3-4-5 ส งเกตพฤต กรรมการม ส วนร วมในช นเร ยน ท กส ปดาห 20 2-3-5 สอบปลายภาค ส ปดาห ส ดท าย 30 หมวดท ๖ ทร พยากรประกอบการเร ยนการสอน ๑. ต าราและเอกสารหล ก ไพศาล ส วรรณเศรษฐ และคณะ (2547). เทคโนโลย การศ กษา. กร งเทพฯ: โรงพ มพ มหาว ทยาล ยรามคาแหง(เอกสาร ประกอบการสอน). หมวดท ๗ การประเม นและปร บปร งการดาเน นการของรายว ชา ๑. กลย ทธ การประเม นประส ทธ ผลของรายว ชาโดยน กศ กษา น กศ กษาประเม นประส ทธ ภาพการสอนของอาจารย ตามกรอบการประเม นการจ ดการเร ยน การสอนท เน นผ เร ยนเป น สาค ญของ สมศ. เม อส นส ดการเร ยนรายว ชา ส ปดาห ส ดท ายของการเร ยน ๒. กลย ทธ การประเม นการสอน คณะกรรมการบร หารหล กส ตรร บผ ดชอบการนาผลประเม นการสอนของอาจารย โดยน กศ กษา และการประเม นตนเอง ของอาจารย มาพ จารณาและให ข อม ลแก อาจารย ผ สอน เพ อนาไปส การปร บปร งแก ไขการจ ดการเร ยนการสอนใน รายว ชา ๓. การปร บปร งการสอน 1) กลไกการปร บปร งการสอน กาก บด แลโดยคณะกรรมการบร หารหล กส ตร ซ งม หน าท ในการนาผลการประเม นการ สอนโดยผ ม ส วนได ส วนเส ยมาพ จารณา สร ปข อม ลให อาจารย ผ สอนร บทราบ และนาผลไปพ จารณาในการปร บปร ง แก ไขการจ ดการเร ยนการสอนในภาคการศ กษาต อๆไป 2) กลไกการสน บสน นการจ ดการเร ยนการสอน มหาว ทยาล ย และคณะม การจ ดการอบรมพ ฒนาอาจารย ด านการสอน เช นการจ ดเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ การสอน
๖ มคอ. ๓ สอดแทรกค ณธรรม จร ยธรรม การสอนโดยใช ส อเทคโนโลย สารสนเทศ และการว จ ยในช นเร ยน เป นต น ซ งอาจารย สามารถพ ฒนาตนเองและนาความร มาปร บปร งการสอนได ตลอดเวลา ๔. การทบทวนสอบมาตรฐานผลส มฤทธ รายว ชาของน กศ กษา 1) การทบทวนผลส มฤทธ ทางการเร ยน โดยเท ยบเค ยงก บเกณฑ หร อมาตรฐานการว ดและประเม นผลการเร ยนร ท กาหนดสาหร บรายว ชา 2) การพ จารณาระด บคะแนนท อาจารย ทาการประเม นผลและต ดเกรด ให เป นไปตามเกณฑ และ มาตรฐานของมหาว ทยาล ย ดาเน นการในระด บคณะกรรมการบร หารหล กส ตร 3) การให โอกาสน กศ กษาในการ ตรวจสอบระด บคะแนน หากเห นว าผลการประเม นอาจม ความผ ดพลาด รวมไปถ งการให น กศ กษาสามารถอ ทธรณ ผล การเร ยนหากเห นว าไม ได ร บความเป นธรรมหร อม ข อผ ดพลาดในการประเม น ๕. การดาเน นการทบทวนและการวางแผนปร บปร งประส ทธ ผลของรายว ชา การนาผลการประเม นการสอนรายว ชา มาว เคราะห เพ อหาแนวทางการปร บปร งในรายว ชา โดยอาจม การปร บปร งเน อหา ให เหมาะสม การปร บปร งระยะเวลาท ใช ในการสอนแต ละห วข อ การปร บปร งก จกรรมการเร ยนการสอน และการ ปร บปร งเกณฑ และว ธ การประเมนผลการเร ยนของน กศ กษา ท กรอบระยะเวลาเม อส นส ดการสอนรายว ชาในแต ละภาค การศ กษา